ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ
 ฉบับหลวง   บาลีอักษรไทย    PaliRoman 
อ่านหัวข้อแรกอ่านหัวข้อที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหัวข้อถัดไปอ่านหัวข้อสุดท้าย
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑
             [๒๑๐] ครั้งนั้น  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระนครราชคฤห์ ตามพระพุทธาภิรมย์
แล้ว เสด็จจาริกไปทางพระนครสาวัตถี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ ลุถึงพระนครสาวัตถี. ทราบว่า
พระองค์ประทับอยู่ ณ  พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถีนั้น.
             ก็โดยสมัยนั้นแล  อุบาสกชื่ออุเทนได้ให้สร้างวิหารอุทิศต่อสงฆ์ไว้ในโกศลชนบท.
เขาได้ส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายจงมา ข้าพเจ้าปรารถนา
จะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย.
             ภิกษุทั้งหลายตอบไปอย่างนี้ว่า ท่านอุบาสก พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ว่า ภิกษุ
จำพรรษา ไม่อยู่ให้ตลอด ๓ เดือนต้น หรือ ๓ เดือนหลัง  ไม่พึงหลีกไปสู่จาริก ขออุบาสก
อุเทนจงรอชั่วระยะเวลาที่ภิกษุทั้งหลายจำพรรษา  ออกพรรษาแล้วจึงจักไปได้  แต่ถ้าท่านจะมี
กรณียกิจรีบด่วน  จงให้ประดิษฐานวิหารไว้ในสำนักภิกษุเจ้าถิ่น ในโกศลชนบทนั้นนั่นแหละ.
             อุบาสกอุเทนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนเมื่อเราส่งทูตไปแล้ว พระคุณเจ้า
ทั้งหลายจึงได้ไม่มาเล่า เราก็เป็นทายก เป็นผู้ก่อสร้าง เป็นผู้บำรุงสงฆ์.
             ภิกษุทั้งหลายได้ยินอุบาสกอุเทนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ จึงกราบทูลเรื่องนั้น
แด่พระผู้มีพระภาค.
             ลำดับนั้น  พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถาในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น แล้วรับสั่งกะ
ภิกษุทั้งหลายว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  เมื่อบุคคล ๗ จำพวกส่งทูตมา  เราอนุญาตให้ไปด้วย
สัตตาหกรณียะได้  แม้เมื่อเขาไม่ส่งมา เราไม่อนุญาต บุคคล ๗ จำพวก คือ ภิกษุ ภิกษุณี
สิกขมานา สามเณร สามเณรี อุบาสก อุบาสิกา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคล ๗ จำพวกนี้
ส่งทูตมา เราอนุญาตให้ไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา เราไม่อนุญาต พึงกลับ
ใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์.  ถ้าเขาส่งทูตไปใน
สำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม
และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา
ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียวอุทิศสงฆ์ ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
             .... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
             .... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
             .... ได้ให้สร้างมณฑป ....
             .... ได้ให้สร้างอาราม ....
             .... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ ....
             ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา  ข้าพเจ้า
ปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย.  เมื่อเขาส่งทูตมา  พึงไปด้วย
สัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมาก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุมากรูปด้วยกัน ....
             .... ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุรูปหนึ่ง ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
             .... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
             .... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
             .... ได้ให้สร้างมณฑป ....
             .... ได้ให้สร้างอาราม ....
             .... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ ....
             ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา  ข้าพเจ้า
ปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย.  เมื่อเขาส่งทูตมา  พึงไปด้วย
สัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุณีสงฆ์ ....
             .... อุทิศภิกษุณีมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศภิกษุณีรูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสิกขมานามากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสิกขมานารูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสามเณรมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสามเณรรูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสามเณรีมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสามเณรีรูปหนึ่ง ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
             .... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
             .... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
             .... ได้ให้สร้างมณฑป ....
             .... ได้ให้สร้างอาราม ....
             .... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ.  ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนา
พระคุณเจ้าทั้งหลายมา  ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบภิกษุทั้งหลาย เมื่อเขา
ส่งทูตมา  พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อเขาไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสกในศาสนานี้ได้ให้สร้างนิเวศน์เพื่อประโยชน์ตน ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนนอน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงเก็บของ ....
             .... ได้ให้สร้างร้าน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงกลม ....
             .... ได้ให้สร้างร้านค้า ....
             .... ได้ให้สร้างโรงร้านค้า ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
             .... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
             .... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงครัว ....
             .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
             .... ได้ให้สร้างมณฑป ....
             .... ได้ให้สร้างอาราม ....
             .... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ  อนึ่ง จะมีการมงคลแก่บุตรก็ดี จะมีการมงคลแก่ธิดาก็ดี
เขาเจ็บไข้ก็ดี จะกล่าวพระสุตตันตะที่รู้เฉพาะก็ดี.  ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า
ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา จักได้เรียนพระสุตตันตะนี้ไว้ โดยวิธีที่พระสุตตันตะนี้
จะไม่เสื่อมสูญไปเสีย หรือว่าเขามีกิจหรือกรณียะ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี. ถ้าเขาส่งทูตไป
ในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน
ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อเขาส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหะกรณียะได้ แต่เมื่อ
เขาไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์.  ถ้าเขาส่งทูต
ไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายมา  ดิฉันปรารถนาจะถวายทาน
ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนาง
ไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียวอุทิศสงฆ์ ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
             .... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
             .... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
             .... ได้ให้สร้างมณฑป ....
             .... ได้ให้สร้างอาราม ....
             .... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ.  ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนา
พระคุณเจ้าทั้งหลายมา  ข้าพเจ้าปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนาง
ส่งทูตมา  พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศภิกษุมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศภิกษุรูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศภิกษุณีสงฆ์ ....
             .... อุทิศภิกษุณีมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศภิกษุณีรูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสิกขมานามากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสิกขมานารูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสามเณรมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสามเณรรูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสามเณรีมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสามเณรีรูปหนึ่ง ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
             .... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
             .... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
             .... ได้ให้สร้างมณฑป ....
             .... ได้ให้สร้างอาราม ....
             .... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ.  ถ้านางส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระ-
*คุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย.  เมื่อนางส่ง
ทูตมา  พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง อุบาสิกาในศาสนานี้ได้ให้สร้างนิเวศน์ เพื่อประโยชน์ตน ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนนอน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงเก็บของ ....
             .... ได้ให้สร้างร้าน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงกลม ....
             .... ได้ให้สร้างร้านค้า ....
             .... ได้ให้สร้างโรงร้านค้า ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
             .... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
             .... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงเรือนไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
             .... ได้ให้สร้างมณฑป ....
             .... ได้ให้สร้างอาราม ....
             .... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ อนึ่ง จะมีการมงคลแก่บุตรก็ดี จะมีการมงคลแก่ธิดาก็ดี เขา
เจ็บไข้ก็ดี จะกล่าวพระสุตตันตะที่รู้เฉพาะก็ดี.  ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขอ
อาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา จักได้เรียนพระสุตตันตะนี้ไว้ โดยวิธีที่พระสุตตันตะนี้จะไม่เสื่อมสูญ
ไปเสีย หรือว่า เขามีกิจ หรือกรณียะอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี. ถ้าเขาส่งทูตไปในสำนักภิกษุ
ทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระคุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็น
ภิกษุทั้งหลาย. เมื่อนางส่งทูตมา พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป
พึงกลับใน ๗ วัน.
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
             .... ภิกษุณีได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
             .... สิกขมานาได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
             .... สามเณรได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
             .... สามเณรีได้ให้สร้างวิหารอุทิศสงฆ์ ....
             .... อุทิศภิกษุมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศภิกษุรูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศภิกษุณีสงฆ์ ....
             .... อุทิศภิกษุณีมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศภิกษุณีรูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสิกขมานามากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสิกขมานารูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสามเณรมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสามเณรรูปหนึ่ง ....
             .... อุทิศสามเณรีมากรูปด้วยกัน ....
             .... อุทิศสามเณรีรูปหนึ่ง ....
             ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง สามเณรีในศาสนานี้ได้ให้สร้างวิหารเพื่อประโยชน์ตน ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนมุงแถบเดียว ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนชั้น ....
             .... ได้ให้สร้างเรือนโล้น ....
             .... ได้ให้สร้างถ้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างบริเวณ ....
             .... ได้ให้สร้างซุ้ม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงฉัน ....
             .... ได้ให้สร้างโรงไฟ ....
             .... ได้ให้สร้างกัปปิยกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างวัจจกุฎี ....
             .... ได้ให้สร้างที่จงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างโรงจงกรม ....
             .... ได้ให้สร้างบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างโรงบ่อน้ำ ....
             .... ได้ให้สร้างสระโบกขรณี ....
             .... ได้ให้สร้างมณฑป ....
             .... ได้ให้สร้างอาราม ....
             .... ได้ให้สร้างอารามวัตถุ.  ถ้านางส่งทูตไปในสำนักภิกษุทั้งหลายว่า ขออาราธนาพระ-
*คุณเจ้าทั้งหลายมา ดิฉันปรารถนาจะถวายทาน ฟังธรรม และพบเห็นภิกษุทั้งหลาย.  เมื่อนางส่ง
ทูตมา  พึงไปด้วยสัตตาหกรณียะได้ แต่เมื่อนางไม่ส่งมา ก็ไม่พึงไป พึงกลับใน ๗ วัน.
ทรงอนุญาตสัตตาหกรณียะเพราะสหธรรมิก ๕


             เนื้อความพระไตรปิฎกเล่มที่ ๔ บรรทัดที่ ๕๕๐๔-๕๗๖๔ หน้าที่ ๒๒๕-๒๓๕. http://www.84000.org/tipitaka/read/v.php?B=4&A=5504&Z=5764&pagebreak=0 http://www.84000.org/tipitaka/read/byitem_s.php?book=4&item=210&items=1&mode=bracket              อ่านโดยใช้เนื้อความเป็น เกณฑ์แบ่งข้อ :- http://www.84000.org/tipitaka/read/byitem_s.php?book=4&item=210&items=1              อ่านเทียบพระไตรปิฎกภาษาบาลี อักษรไทย :- http://www.84000.org/tipitaka/pali/pali_item_s.php?book=4&item=210&items=1&mode=bracket              อ่านเทียบพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีอักษรโรมัน :- http://www.84000.org/tipitaka/read/roman_item_s.php?book=4&item=210&items=1&mode=bracket              ศึกษาอรรถกถานี้ได้ที่ :- http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=4&i=210              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๔ http://www.84000.org/tipitaka/read/?index_4

อ่านหัวข้อแรกอ่านหัวข้อที่แล้วแสดงหมายเลขหน้า
ในกรณี :- 
   บรรทัดแรกของแต่ละหน้าอ่านหัวข้อถัดไปอ่านหัวข้อสุดท้าย

บันทึก ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับหลวง. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :