ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
พระไตรปิฎก
 หน้า
 แสดง
หน้า
พระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๑ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย มหานิทเทส

หน้าที่ ๑๗๒.


                                                                 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส [อัฎฐกวรรค]

                                                                 ๗. ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส

ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ขอพระองค์โปรดตรัสบอก ความคับแค้นของบุคคลผู้ประกอบเมถุนธรรมเนืองๆ พวกข้าพระองค์ฟังคำสอนของพระองค์แล้วจักศึกษาวิเวก [๕๐] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เมตเตยยะ) คำสั่งสอนของบุคคลผู้ประกอบเมถุนธรรมเนืองๆ ย่อมเลอะเลือน และบุคคลนั้นย่อมปฏิบัติผิด การปฏิบัตินี้ เป็นธรรมไม่ประเสริฐในบุคคลนั้น คำว่า ของบุคคลผู้ประกอบเมถุนธรรมเนืองๆ อธิบายว่า ธรรมเนียมของ อสัตบุรุษ คือ ธรรมเนียมของชาวบ้าน ธรรมเนียมชั้นต่ำ ธรรมเนียมที่เลวทราม ธรรมเนียมที่มีน้ำเป็นที่สุด ธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันในที่ลับ ธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติ กันเป็นคู่ๆ ชื่อว่าเมถุนธรรม เพราะเหตุไร จึงตรัสเรียกว่า เมถุนธรรม เพราะธรรมนั้นเป็นธรรมเนียมของ คนคู่ ผู้กำหนัด กำหนัดนัก เปียกชุ่ม กลัดกลุ้มด้วยราคะ ถูกราคะครอบงำจิตเสมอ กันทั้ง ๒ คน เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า เมถุนธรรม คน ๒ คนก่อการทะเลาะกัน เรียกว่าคู่ทะเลาะ คน ๒ คนก่อการบาดหมางกัน เรียกว่าคู่บาดหมาง คน ๒ คนก่อการอื้อฉาวกัน เรียกว่าคู่อื้อฉาว คน ๒ คนก่อการวิวาทกัน เรียกว่าคู่วิวาท คน ๒ คนก่ออธิกรณ์กัน เรียกว่าคู่อธิกรณ์ คน ๒ คนสนทนากัน เรียกว่าคู่สนทนา คน ๒ คนเจรจากัน เรียกว่าคู่เจรจา ฉันใด ธรรมนั้นเป็นธรรมเนียมของคนคู่ ผู้กำหนัด กำหนัดนัก เปียกชุ่ม กลัดกลุ้ม ด้วยราคะ ถูกราคะครอบงำจิตเสมอกันทั้ง ๒ คน ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า เมถุนธรรม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๙ หน้า : ๑๗๒}

เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับ มจร. เล่มที่ ๒๙ หน้าที่ ๑๗๒. http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/read_page.php?book=29&page=172&pages=1&edition=mcu ศึกษาพระสูตร (เนื้อความ) นี้แยกตามสารบัญ :- http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=29&A=5126 http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_line.php?B=29&A=5126#p172



จบการแสดงผล หน้าที่ ๑๗๒.

บันทึก ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com