ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
พระไตรปิฎก
 หน้า
 แสดง
หน้า
พระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

หน้าที่ ๓๖๙.


                                                                 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๑. เอกาทสกนิบาต]

                                                                 ๗. ทสรถชาดก (๔๖๑)

[๘๘] สัตว์ทั้งหลายที่เกิดมามีภัยต้องตายแน่นอน เหมือนผลไม้สุกมีอันตรายต้องหล่นแน่นอน [๘๙] ชนเป็นจำนวนมาก บางพวกเห็นกันเมื่อตอนเช้า ในตอนเย็นกลับไม่ปรากฏ บางพวกเห็นกันในตอนเย็น พอรุ่งเช้ากลับไม่ปรากฏ [๙๐] หากผู้ที่หลงคร่ำครวญเบียดเบียนตนอยู่ จะพึงนำประโยชน์อะไรมาได้บ้าง บัณฑิตผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ก็จะพึงกระทำเช่นนั้นบ้าง [๙๑] ผู้ที่เบียดเบียนตนเองย่อมจะซูบผอม ไม่ผ่องใสเพราะการคร่ำครวญนั้น สัตว์ทั้งหลายผู้ละไปสู่ปรโลกก็คุ้มครองตนไม่ได้ การคร่ำครวญเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ [๙๒] ที่พำนักอาศัยที่ร้อน บุคคลพึงใช้น้ำดับได้ฉันใด ข้ออุปไมยก็ฉันนั้น ความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นแล้ว นรชนคนผู้เป็นปราชญ์มีการสดับฟัง มีปัญญา เป็นบัณฑิต พึงกำจัดเสียโดยพลันเหมือนลมพัดนุ่น [๙๓] สัตว์ย่อมตายคนเดียว เกิดก็คนเดียวในสกุล ส่วนการคบหากันของสรรพสัตว์มีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง [๙๔] เพราะเหตุนั้นแหละ นักปราชญ์ผู้เป็นพหูสูต พิจารณาโลกนี้และโลกหน้า เพราะรู้ทั่วถึงธรรม แม้ความเศร้าโศกใหญ่หลวงก็แผดเผาจิตใจไม่ได้ [๙๕] เรานั้นจักให้ จักบริโภค จักเลี้ยงดูญาติทั้งหลาย และจักคุ้มครองมหาชนที่เหลือ นั่นเป็นหน้าที่ของท่านผู้รู้ [๙๖] พระรามบัณฑิตผู้มีพระศองามดุจทองคำ มีพระพาหาใหญ่ ทรงครอบครองราชสมบัติอยู่ ๑๖,๐๐๐ ปี
ทสรถชาดกที่ ๗ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๖๙}

เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับ มจร. เล่มที่ ๒๗ หน้าที่ ๓๖๙. http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/read_page.php?book=27&page=369&pages=1&edition=mcu ศึกษาพระสูตร (เนื้อความ) นี้แยกตามสารบัญ :- http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=27&A=10307 http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_line.php?B=27&A=10307#p369



จบการแสดงผล หน้าที่ ๓๖๙.

บันทึก ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com