ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
พระไตรปิฎก
 หน้า
 แสดง
หน้า
พระไตรปิฏกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ] สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

หน้าที่ ๑๑๔-๑๑๖.


                                                                 พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต]

                                                                 ๓. นานติตถิยวรรค ๔. ฆฏิการสูตร

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ พระผู้มีพระภาคตรัส เรื่องนี้ไว้ดียิ่งนักว่า ชนเหล่าใดมีใจเลื่อมใส ให้ข้าวนั้นด้วยศรัทธา ข้าวนั้นเองย่อมค้ำชูชนเหล่านั้นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เพราะเหตุนั้น บุคคลพึงกำจัดความตระหนี่ ครอบงำมลทินแล้วให้ทานเถิด เพราะบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า”
เสรีสูตรที่ ๓ จบ
๔. ฆฏิการสูตร
ว่าด้วยฆฏิการเทพบุตร
[๑๐๕] ฆฏิการเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนัก ของพระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุ ๗ รูป ผู้บังเกิดในพรหมโลกชั้นอวิหา เป็นผู้หลุดพ้น สิ้นราคะและโทสะแล้ว ข้ามพ้นตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุเหล่านั้น คือใครบ้าง ได้ข้ามพ้นเปือกตม คือบ่วงความตาย ที่ใครๆ ข้ามได้แสนยาก ละทิ้งกายมนุษย์แล้วก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์ได้ ฆฏิการเทพบุตรกราบทูลว่า ภิกษุ ๓ รูปเหล่านี้ คือ ท่านอุปกะ ท่านผลคัณฑะ และท่านปุกกุสาติ ภิกษุอีก ๔ รูป คือ ท่านภัททิยะ ท่านขัณฑเทวะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๔}

                                                                 พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต]

                                                                 ๓. นานติตถิยวรรค ๔. ฆฏิการสูตร

ท่านพหุทันตี และท่านสิงคิยะ ภิกษุเหล่านั้นละทิ้งกายมนุษย์แล้ว ก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์ได้ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านผู้ฉลาดมักกล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น ผู้ละบ่วงมารได้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นรู้ธรรมของใครเล่า จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า ท่านเหล่านั้นรู้ธรรมของผู้ใด จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ ผู้นั้นมิใช่ใครอื่นนอกจากพระผู้มีพระภาค (และ) นอกจากคำสั่งสอนของพระองค์ ท่านเหล่านั้นรู้ธรรมเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งนามรูปแล้ว จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านกล่าววาจาลึกซึ้ง ที่รู้ได้ยาก เข้าใจให้ดีได้ยาก ท่านรู้ธรรมของใคร จึงกล่าววาจาเช่นนี้ได้ ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นช่างหม้อ ปั้นหม้ออยู่ในแคว้นเวภฬิงคะ เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๕}

                                                                 พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต]

                                                                 ๓. นานติตถิยวรรค ๔. ฆฏิการสูตร

ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส ได้เคยเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับพระองค์ ทั้งเคยเป็นสหายของพระองค์ในกาลก่อน ข้าพระองค์รู้จักภิกษุ ๗ รูปเหล่านี้ ผู้หลุดพ้นแล้ว สิ้นราคะและโทสะแล้ว ข้ามพ้นตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า นายช่างหม้อ จริงอย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ เมื่อก่อนนั้นท่านเคยเป็นช่างหม้อ ปั้นหม้ออยู่ในแคว้นเวภฬิงคะ เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส ได้เคยเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับเรา ทั้งเคยเป็นสหายของเราในกาลก่อน พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า สหายเก่าทั้งสอง ผู้เคยอบรมตนมาแล้ว เหลือไว้แต่ร่างกายในชาติสุดท้าย ได้มาพบกันด้วยอาการอย่างนี้๑-
ฆฏิการสูตรที่ ๔ จบ
@เชิงอรรถ : @ คาถาในสูตรนี้ดูคาถาข้อ ๕๐ หน้า ๖๔-๖๖ ในเล่มนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๖}

เนื้อความพระไตรปิฎกฉบับ มจร. เล่มที่ ๑๕ หน้าที่ ๑๑๔-๑๑๖. http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/read_page.php?book=15&page=114&pages=3&edition=mcu ศึกษาพระสูตร (เนื้อความ) นี้แยกตามสารบัญ :- http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.php?B=15&A=3013 http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_line.php?B=15&A=3013#p114



จบการแสดงผล หน้าที่ ๑๑๔-๑๑๖.

บันทึก ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙. การแสดงผลนี้อ้างอิงข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com