ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 

อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒] [๑๓]อ่านอรรถกถา 20 / 1อ่านอรรถกถา 20 / 149อรรถกถา เล่มที่ 20 ข้อ 150อ่านอรรถกถา 20 / 151อ่านอรรถกถา 20 / 596
อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี
วรรคที่ ๕

หน้าต่างที่ ๖ / ๑๓.

               อรรถกถาสูตรที่ ๖               
               ๖. ประวัติพระนันทาเถรี               
               ในสูตรที่ ๖ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
               ด้วยบทว่า ฌายีนํ ยทิทํ นนฺทา ท่านแสดงว่า พระนันทาเถรีเป็นเลิศกว่าพวกภิกษุณีสาวิกาผู้ยินดีในฌาน.
               ดังได้สดับมา พระนันทาเถรีนั้น ครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ถือปฏิสนธิในครอบครัว กรุงหังสวดี. ต่อมา กำลังฟังธรรมกถา เห็นพระศาสดาทรงสถาปนาภิกษุณีรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นเลิศกว่าพวกภิกษุณีสาวิกาผู้ยินดียิ่งในฌาน จึงทำกุศลให้ยิ่งยวดขึ้นไป ปรารถนาตำแหน่งนั้น.
               จากนั้น นางก็เวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์ตลอดแสนกัป ถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระมหาปชาบดีโคตมี ก่อนพระศาสดาของเราอุบัติ. พระประยูรญาติได้เฉลิมพระนามพระนางว่า นันทา. เรียกกันว่า รูปนันทา. ต่อมา พระนางได้ชื่อว่า ชนบทกัลยาณี เพราะทรงมีพระสิริโฉมงามเยี่ยม.
               เมื่อพระทศพลของเราทรงบรรลุพระสัพพัญญุตญาณแล้ว เสด็จมากรุงกบิลพัสดุ์ตามลำดับ ทรงให้พระนันทะและพระราหุลผนวชแล้ว เสด็จหลีกไปแล้ว. เวลาพระเจ้าสุทโธทนมหาราชปรินิพพานแล้ว พระนางทรงทราบว่า พระนางมหาปชาบดีโคตมีและพระมารดาของพระราหุลเสด็จออกทรงผนวช ในสำนักพระศาสดาแล้ว ทรงดำริว่า ตั้งแต่พระมารดามหาปชาบดีโคตมีและพระมารดาพระราหุลทรงผนวชแล้ว เราก็มีงานอยู่ในที่นี้ จึงไปสำนักพระมหาปชาบดีโคตมีทรงผนวชแล้ว. นับตั้งแต่วันที่ทรงผนวช ทรงทราบว่าพระศาสดาทรงตำหนิรูป จึงไม่ไปเฝ้าพระศาสดา ถึงวาระรับพระโอวาท ก็สั่งภิกษุณีรูปอื่นไปแล้วให้นำพระโอวาทมา.
               พระศาสดาทรงทราบว่า พระนางหลงมัวเมาพระสิริโฉม จึงตรัสว่า ภิกษุณีทั้งหลายต้องมารับโอวาทของตนด้วยตนเอง ส่งภิกษุณีรูปอื่นไปแทนไม่ได้. แต่นั้น พระนางรูปนันทา เมื่อไม่เห็นทางอื่น ก็ไปรับพระโอวาท ทั้งที่ไม่ปรารถนา.
               พระศาสดาทรงเนรมิตรูปหญิงผู้หนึ่งด้วยพุทธฤทธิ์ โดยอำนาจจริตของพระนาง ทรงทำให้เป็นเหมือนหญิงนั้นจับใบตาลถวายงานพัดอยู่. พระนางรูปนันทาเห็นรูปหญิงนั้นแล้วคิดว่า เรามัวเมาโดยมิใช่เหตุ จึงไม่มา. หญิงแม้เหล่านี้เที่ยวไปสนิทสนมในสำนักพระศาสดา รูปของเราไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แห่งรูปของหญิงเหล่านี้ เราไม่รู้เลย จึงไม่มาเสียตั้งนาน ถือเอาอิตถีนิมิตนั้นนั่นแหละ ยืนสำรวจดูอยู่.
               เพราะพระนางสมบูรณ์ด้วยบุพเหตุอย่างนั้น พระศาสดาจึงตรัสพระคาถาในพระธรรมบทว่า อฏฺฐีนํ นครํ กตํ ทำให้เป็นนครแห่งกระดูกทั้งหลาย เป็นต้น
               แล้วตรัสพระสูตรว่า
                         จรํ วา ยทิวา ติฏฺฐํ นิสินฺโน อุท วา สยํ
                         เดินก็ดี ยืนก็ดี นั่งก็ดี นอนก็ดี เป็นต้น
               พระนางตั้งความสิ้นความเสื่อมลงในรูปนั้นนั่นแหละ บรรลุพระอรหัต.
               เรื่องนี้ในที่นี้ ท่านมิได้ทำให้พิสดาร เพราะเหมือนกับเรื่องของพระเขมาเถรี.
               ตั้งแต่นั้นมา พระรูปนันทาเถรีก็ได้บรรลุธุระระหว่างภิกษุณีผู้ยินดียิ่งในฌาน.
               ภายหลังพระศาสดาประทับนั่ง ณ พระเชตวันวิหาร เมื่อทรงสถาปนาเหล่าภิกษุณีไว้ในตำแหน่งต่างๆ จึงทรงสถาปนาพระนันทาเถรี ไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นเลิศกว่าพวกภิกษุณีสาวิกาผู้ยินดีในฌานแล.

               จบอรรถกถาสูตรที่ ๖               
               -----------------------------------------------------               

.. อรรถกถา อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต เอตทัคคบาลี วรรคที่ ๕
อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] [๑๐] [๑๑] [๑๒] [๑๓]
อ่านอรรถกถา 20 / 1อ่านอรรถกถา 20 / 149อรรถกถา เล่มที่ 20 ข้อ 150อ่านอรรถกถา 20 / 151อ่านอรรถกถา 20 / 596
อ่านเนื้อความในพระไตรปิฎก
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=20&A=694&Z=715
อ่านอรรถกถาภาษาบาลีอักษรไทย
http://www.84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=14&A=7123
The Pali Atthakatha in Roman
http://www.84000.org/tipitaka/atthapali/read_rm.php?B=14&A=7123
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๖  ธันวาคม  พ.ศ.  ๒๕๔๙
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :