ขอนอบน้อมแด่
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
                      พระองค์นั้น
บทนำ  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  พระอภิธรรมปิฎก  ค้นพระไตรปิฎก  ชาดก  หนังสือธรรมะ 
 
อรรถกถา ปาจิตติยกัณฑ์
ปาจิตติย์ โอวาทวรรคที่ ๓ สิกขาบทที่ ๙

               ภิกขุนีวรรค ปริปาจนสิกขาบทที่ ๙               
____________________________
#- บาลี เป็นโอวาทวรรค

               วินิจฉัยในสิกขาบทที่ ๙ พึงทราบดังนี้ :-

               [ว่าด้วยบิณฑบาตที่ภิกษุณีแนะนำให้ถวาย]               
               คำว่า มหานาเค ติฏฺฐมาเน เป็นทุติยาวิภัตติ ลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ.
               อธิบายว่า เมื่อพระเถระผู้ใหญ่ทั้งหลายมีปรากฏอยู่.
               อีกอย่างหนึ่ง ผู้ศึกษาพึงเห็นปาฐะเหลือในคำนี้ ดังนี้ว่า เห็นพระเถระผู้ใหญ่ทั้งหลายมีปรากฏอยู่. ความจริง เมื่อว่าโดยประการหลังนี้ ความยังไม่เหมาะ.
               ถ้อยคำที่ยังไม่ถึงที่สุด ถึงตรงท่ามกลางแห่งการเริ่มต้นกับที่สุด ชื่อว่าอันตรากถา.
               บทว่า วิปฺปกตา คือ กำลังทำค้างอยู่.
               คำว่า สจฺจํ มหา นาคา โข ตยา คหปติ มีความว่า ภิกษุณีถุลลนันทาหลิ่วตามอง เห็นพระเถระทั้งหลายกำลังเข้ามา ทราบว่าพระเถระเหล่านั้นได้ยินแล้ว จึงกล่าวอย่างนี้.
               บทว่า ภิกฺขุนีปริปาจิตํ ได้แก่ อันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย.
               อธิบายว่า อันภิกษุณีให้สำเร็จ คือ ทำให้เป็นของควรได้ด้วยการประกาศคุณ. แต่ในบทภาชนะแห่งบทนั้น เพื่อทรงแสดงภิกษุณีและอาการที่ภิกษุณีนั้นแนะนำให้ถวาย พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำว่า ผู้ชื่อว่าภิกษุณี ได้แก่สตรีผู้อุปสมบทในสงฆ์ ๒ ฝ่าย, ที่ชื่อว่าแนะนำให้ถวาย คือ (ภิกษุณีบอก) แก่คนผู้ไม่ประสงค์จะถวายแต่แรก ดังนี้เป็นต้น.
               ในคำ ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภา นี้ มีวินิจฉัยดังนี้ :-
               บทว่า ปุพฺเพ แปลว่า แต่แรกเริ่ม
               ภัตที่เขาริเริ่มไว้แล้ว เรียกว่าสมารัมภะ. คำว่า สมารัมภะ นี้เป็นชื่อแห่งภัตที่เขาตระเตรียมไว้แล้ว. การริเริ่มแห่งพวกคฤหัสถ์ ชื่อว่าคิหิสมารัมภะ. ภัตใดที่พวกคฤหัสถ์เตรียมไว้ก่อนแต่นางภิกษุณีแนะนำให้ถวาย, ภิกษุฉันบิณฑบาตอื่นนอกจากภัตนั้น คือ เว้นบิณฑบาตนั้นเสีย เป็นอาบัติ.
               มีคำอธิบายว่า แต่ไม่เป็นอาบัติแก่ภิกษุผู้ฉันบิณฑบาตที่พวกคฤหัสถ์จัดแจงไว้นั้น.
               ส่วนในบทภาชนะ พระอุบาลีเถระกล่าวไว้ว่า คิหิสมารมฺโภ นาม ญาตกา วา โหนฺติ ปวาริตา ดังนี้ เพื่อแสดงแต่อรรถเท่านั้น ไม่เอื้อเฟื้อถึงพยัญชนะ เพราะบิณฑบาต แม้ที่พวกญาติและคนปวารณามิได้ปรารภไว้ เพื่อประโยชน์แก่ภิกษุก็เป็นอันเขาปรารภไว้แล้ว โดยอรรถ เพราะจะพึงให้นำมาได้ตามสบาย.
               บทว่า ปกติปฏิยตฺตํวา มีความว่า เป็นภัตที่เขาจัดแจงไว้เพื่อประโยชน์แก่ภิกษุนั้นนั่นเอง ตามปรกติว่า พวกเราจักถวายแก่พระเถระ ดังนี้
               แต่ในมหาปัจจรีกล่าวไว้โดยไม่แปลกกันว่า เป็นภัตที่เขาจัดแจงไว้ว่า จักถวายแก่พวกภิกษุ ไม่ได้ระบุว่า ภิกษุรูปนั้น หรือรูปอื่น.
               ข้อว่า ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ อนาปตฺติ ได้แก่ ไม่เป็นอาบัติในยาคูของควรเคี้ยวและผลไม้น้อยใหญ่ทั้งหมด แม้ที่นางภิกษุณีแนะนำให้ถวาย.
               บทที่เหลือตื้นทั้งนั้น.
               สิกขาบทนี้มีสมุฏฐานดุจปฐมปาราชิก เกิดขึ้นทางกายกับจิต เป็นกิริยา สัญญาวิโมกข์ สจิตตกะ ปัณณัติวัชชะ กายกรรม มีจิต ๓ มีเวทนา ๓ ดังนี้แล.

               ปริปาจนสิกขาบทที่ ๙ จบ.               
               ------------------------------------------------------------               

.. อรรถกถา ปาจิตติยกัณฑ์ ปาจิตติย์ โอวาทวรรคที่ ๓ สิกขาบทที่ ๙ จบ.
อ่านอรรถกถา 2 / 1อ่านอรรถกถา 2 / 456อรรถกถา เล่มที่ 2 ข้อ 461อ่านอรรถกถา 2 / 466อ่านอรรถกถา 2 / 881
อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=02&A=10037&Z=10127
- -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
บันทึก  ๒๕  พฤศจิกายน  พ.ศ.  ๒๕๕๕
หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com

สีพื้นหลัง :